ในความเป็นจริงแล้วทุก ๆ คนล้วนแต่มีความฝันเป็นของตนเองเหมือนกันทั้งนั้น แต่มีจุดต่างกันตรงที่ความฝันเหล่านั้นมีเหตุจูงใจหรือแรงบันดาลใจมาจากอะไร แน่ล่ะมันจะต้องเป็นอะไรที่สำคัญกับจิตใจเราไม่มากก็น้อย แต่การจะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้นั้นบางสิ่งบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้เสมอไป

ในเกม To The Moon ได้เริ่มเรื่องโดยชายชราชื่อว่า "จอห์น" ที่กำลังป่วยอยู่ในอาการโคม่าที่มีความฝันอยากจะไปดวงจันทร์ และก่อนที่เขาจะป่วยเขาได้ทำสัญญากับบริษัทจัดการความทรงจำเพื่อให้ความฝันของเขาได้กลายเป็นความจริงในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเมื่อลุงจอห์นกลับลืมความทรงจำ ซึ่งนั่นเป็นจุดสำคัญที่ได้ทิ้งปริศนาไว้ให้กับ ดร.นิลล์ และ ดร.เอวา เจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาเพื่อจัดการความฝันของลุงจอร์นให้เป็นจริง การต้องดำดิ่งสู่ความทรงจำในอดีตของลุงจอร์นเพื่อไขปริศนาความฝันที่ต้องการไปดวงจันทร์ของลุงจอห์นทำให้ได้พบกับเรื่องราวในช่วงชีวิตต่าง ๆ ของเขา เรื่องราวมีทั้งสนุก เศร้า เคล้าความฮาประกอบกับดนตรีที่สื่ออารมณ์ได้ทุกขณะ นับได้ว่าเป็นเกมที่มีเนื้อหาที่ดีมาก ๆ อีกเกมหนึ่งเลยล่ะ

เกมนี้ทำให้คิดได้อีกอย่างหนึ่งว่า เราไม่ควรชะล่าใจกับทุกวันที่กำลังจะล่วงเลยไป เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงวันนี้หรือวันไหน และอีกสิ่งหนึงที่เข้ามามีบทบาทความสำคัญ ซึ่งนั่นจะทำให้ชีวิตเรามีเป้าหมายชีวิตและความสำคัญมากยิ่งขึ้นคือ "คนที่เรารัก"เราไม่รู้หรอกว่าเขาและเราจะมีชีวิตอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน สิ่งที่ทำได้ตอนยังมีลมหายใจอยู่คือการตระหนักถึงความสำคัญและดูแลซึ่งกันและกัน เมื่อใดที่เราปล่อยปละละเลยนั่นแหละคือเรากำลังสร้างช่องโหว่ของชีวิตไปเรื่อย ๆ และสุดท้ายเมื่อสิ่งสำคัญในชีวิตได้หายไปต่อให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญในตอนนี้มันก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น.. แต่มันจะกัดกินความรู้สึกของเราไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดท้ายของชีวิต
Was this review helpful? Yes No Funny Award